22/12/2025
เวียดนาม = บ้านหลังที่สอง
PRIME = Growth Engine
จุดได้เปรียบ = กำลังซื้อที่แข็งแกร่ง และต้นทุนที่แข่งขันได้
เวียดนามกำลังเปลี่ยน และ PRIME คือหมากสำคัญของ SCG ในเกมนี้
ถ้ามองเวียดนามในวันนี้ ภาพที่ชัดขึ้นเรื่อย ๆ คือประเทศนี้ไม่ได้อยู่ในช่วง “โตเพราะถูก” อีกต่อไป แต่กำลังขยับเข้าสู่ช่วง “โตเพราะโครงสร้าง” ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างประชากร เมือง เศรษฐกิจ และกติกาภาครัฐ
ตัวเลข GDP เวียดนามในไตรมาส 3 ปี 2025 ขยายตัวกว่า 8% สูงสุดในกลุ่ม ASEAN-6 ขณะที่รายได้ต่อหัวเพิ่มต่อเนื่อง ชนชั้นกลางขยายตัวเร็ว และประชากรวัยทำงานยังมีสัดส่วนสูง ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า กำลังซื้อในประเทศไม่ได้โตชั่วคราว แต่กำลังยกระดับเชิงคุณภาพ
เมื่อเมืองขยาย ความต้องการที่อยู่อาศัยก็เปลี่ยน จากแค่ “มีบ้านอยู่” ไปสู่ “บ้านที่อยู่ดี ใช้ดี และสะท้อนรสนิยม” นี่คือจุดที่ภาคอสังหาริมทรัพย์เริ่มฟื้นตัว พร้อมกับความต้องการวัสดุก่อสร้างและวัสดุตกแต่งที่มีคุณภาพสูงขึ้น
และนี่คือบริบทที่ทำให้การเคลื่อนไหวของ SCG ในเวียดนาม โดยเฉพาะผ่านแบรนด์ PRIME ดูมีความหมายมากกว่าการขยายตลาดทั่วไป
🔵[PRIME ไม่ใช่แค่แบรนด์ แต่คือฐานธุรกิจของ SCG ในเวียดนาม]
ถ้าพูดถึง PRIME หลายคนอาจนึกถึงแบรนด์กระเบื้องหรือวัสดุตกแต่ง แต่ในมุมของ SCG แล้ว PRIME คือ “แพลตฟอร์มธุรกิจ” ที่ฝังรากอยู่ในเศรษฐกิจเวียดนามมานานกว่า 10 ปี
SCG เข้าซื้อกิจการ PRIME ตั้งแต่ปี 2012 และค่อย ๆ ลงทุนต่อเนื่อง ทั้งโรงงาน เทคโนโลยี บุคลากร และเครือข่ายการจัดจำหน่าย จนวันนี้ PRIME กลายเป็นผู้นำตลาด Decorative Surface ในเวียดนาม มีโรงงานหลายแห่ง กระจายทั้งภาคเหนือและภาคกลาง กำลังการผลิตรวมระดับหลายสิบล้านตารางเมตรต่อปี และมีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายครอบคลุมทั่วประเทศ
สิ่งที่น่าสนใจคือ PRIME ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ผลิตเพื่อขายในประเทศ แต่ถูกวางให้เป็นหนึ่งใน “เสาหลักรายได้” ของ SCG Decor โดยมีสัดส่วนรายได้ราว 20% และยังเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกไปยังหลายภูมิภาคทั่วโลก
🔵[จากตลาดในประเทศ สู่ Export Hub ของภูมิภาค]
ความได้เปรียบของ PRIME ไม่ได้อยู่แค่แบรนด์ แต่คือ “ทำเล + โครงสร้างต้นทุน”
เวียดนามมีแนวชายฝั่งยาว ท่าเรือกระจายหลายจุด และอยู่ใกล้เส้นทางการค้าโลก PRIME มีโรงงานในภาคเหนือใกล้ท่าเรือสำคัญ และมีโรงงานในภาคกลางที่เชื่อมต่อการส่งออกได้สะดวก ทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์และต้นทุนรวมต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาค
SCG ใช้ PRIME เป็นฐานผลิตเพื่อส่งออกภายในกลุ่ม ลดต้นทุนรวมได้อย่างมีนัยสำคัญ และค่อย ๆ ขยับบทบาทของ PRIME จาก “ผู้เล่นในประเทศ” ไปสู่ “Export Hub” ของ SCG Decor
จุดนี้สำคัญมาก เพราะหมายความว่า PRIME ไม่ได้ผูกชะตาไว้กับเศรษฐกิจเวียดนามเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเติบโตไปกับตลาดโลกได้พร้อมกัน
🔵[ไม่แข่งถูก แต่แข่งคุ้ม]
อีกมุมที่สะท้อนวิธีคิดของผู้บริหารคนเก่งของ SCG พี่ต๋อง คุณนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) คือการไม่ผลัก PRIME ลงไปแข่งในตลาดราคาล่าง แต่ค่อย ๆ ขยับสัดส่วนไปสู่สินค้ามูลค่าเพิ่ม ทั้งกระเบื้องเกรดสูง วัสดุตกแต่งดีไซน์ และสินค้าในกลุ่มที่ให้มาร์จิ้นดีกว่า
ควบคู่กันนั้น PRIME ลงทุนจริงจังในเรื่องประสิทธิภาพการผลิต ตั้งแต่การลดของเสีย การใช้พลังงานทดแทน ระบบประหยัดพลังงาน ไปจนถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่อง ESG แต่เป็นการ “ล็อกต้นทุนระยะยาว” ให้แข่งขันได้แม้เศรษฐกิจผันผวน
ผลลัพธ์คือความสามารถทำกำไรที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่จากการขึ้นราคา แต่จากการทำระบบให้แข็งแรง
🔵[PRIME คือภาพสะท้อนยุทธศาสตร์ SCG ในต่างประเทศ]
ถ้ามองภาพใหญ่ PRIME ไม่ใช่เรื่องของกระเบื้อง แต่คือคำตอบของ SCG ต่อโจทย์สำคัญว่า
จะเติบโตในประเทศที่กำลังโตเร็ว โดยไม่ติดกับดักสินค้าโภคภัณฑ์ได้อย่างไร
แทนที่จะเข้าไปขายของแบบระยะสั้น SCG เลือกลงทุนระยะยาว สร้างแบรนด์ท้องถิ่น สร้างฐานการผลิต และฝังตัวอยู่ในโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศนั้น
ในวันที่เวียดนามยังโต PRIME ก็โตไปด้วย
และในวันที่เวียดนามโตเต็มที่ PRIME ก็พร้อมเป็นหนึ่งในเครื่องจักรหลักของ SCG Decor
นี่จึงไม่ใช่แค่เรื่องของแบรนด์หนึ่งแบรนด์
แต่คือภาพของการวางหมากธุรกิจในประเทศที่กำลังกลายเป็นหัวใจใหม่ของเศรษฐกิจอาเซียน