Y.A.I Thailand ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Y.A.I Thailand, 388 อาคาร เอ็กซ์เชนจ์ ทาวเวอร์ (EXCHANGE TOWER), ชั้นที่ 29, ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย, Bangkok.

📍เทรดทอง 9 กลยุทธ์ให้รอด และ รวยได้จริง ในตลาด Forex1.เข้าใจตลาดของราคาทองเสียก่อนสิ่งแรกที่เราต้องทำความเข้าใจก่อนคือ เ...
27/05/2021

📍เทรดทอง 9 กลยุทธ์ให้รอด และ รวยได้จริง ในตลาด Forex

1.เข้าใจตลาดของราคาทองเสียก่อน
สิ่งแรกที่เราต้องทำความเข้าใจก่อนคือ เข้าใจถึงราคาทองครับ รวมทั้งความเป็นมาของราคาทอง และตลาดที่มีการเทรดทองคำมากที่สุดในโลกว่าอยู่ที่ไหนบ้าง การมีพื้นความรู้เชิงข้อมูลและตัวเลขเหล่านี้ จะช่วยเสริมสร้างความถูกต้อง เมื่อเราจำเป็นต้อง คิด วิเคราะห์ แยกแยะว่าแนวโน้มของราคาทองคำในโลกนั้นจะไปในทิศทางใด

แต่เพื่อให้คุณรู้สึกว่าง่ายขึ้นที่จะไปศึกษาข้อมูล ผมมีหัวข้อเล็กๆที่คุณอาจจดเอาไปตอบคำถามในสมุดเรียนรู้ของตนเอง เพื่อให้สามารถมีความเข้าใจในการเทรดทองมากยิ่งขึ้น

1.1ราคาทองคำนั้นมีแนวโน้มเทรนด์เป็นอย่างไร และเพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น
1.2ปัจจุบัน ราคาทองต่างจากอดีตเมื่อ 5 ปี 10 ปี 15 ปี และ 20 ปี อย่างละกี่ %
1.3มีคำทำนายของกูรู้เกี่ยวกับแนวโน้มราคาทองในอนาคตไหม และเขาทำนายว่าอย่างไร
1.4คุณคิดว่าการเข้าไปเป็นเทรดเดอร์ทองคำในเวลานี้นั้น สามารถทำกำไรได้หรือว่าขาดทุน

➖ลองนำคำถามเหล่านี้ไปตอบเพื่อแตกสติปัญญาของคุณดูครับ

2.แยกคู่เงินทองให้ออก และเลือกว่าจะเล่นคู่ทองแบบไหน
เวลาเราเทรดทองในตลาดฟอเร็กซ์ คู่เงินที่ขึ้นมานั้นจะใช้เป็น XAU นะครับ ซึ่งก็หมายถึงราคาทองคำนั่นเอง โดยอาจมีการจับคู่ราคากับสกุลเงินที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกแล้วอาทิ XAU/USD หรืออาจเป็น XAU/EUR เป็นต้น ซึ่งแต่ละคู่ก็จะมีพฤติกรรมของราคาทองคำที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นควรอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้ว่าคู่เงินไหนที่มีพฤติกรรมราคาที่เหมาะสมกับเรามากที่สุดครับ

🌟Note! ส่วนตัวของผมนั้นชอบคู่ XAU/USD มากที่สุดครับ เพราะมีความชำนาญในพฤติกรรมของค่าเงินทั้งในส่วนของการเทรดทอง และค่าเงิน USD ครับ

3.โบรกเกอร์มีผลต่อการเทรดทองมากๆ
ในลำดับต่อไปคือการเลือกโบรกเกอร์ที่มีผลต่อการเทรดทอง ซึ่งหากเลือกโบรกเกอร์ที่ไม่ดีก็อาจทำให้คุณนั้นเสียเปรียบได้ครับ ดังนั้นการเลือกโบรเกอร์เทรดทองก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

4.ค่าที่น่ากลัวที่สุดคือค่าสเปรด
ผ่านไปแล้วสามข้อ กับสิ่งที่เราต้องรู้ในกลยุทธ์การเทรดทอง ในส่วนต่อไปที่ผมอยากเล่าให้ฟังคือ ส่วนที่น่ากลัวที่สุดครับในการเทรดทอง นั่นคือค่าสเปรดครับ ค่าสเปรดคือค่าที่ถ้าคุณไม่ดูให้ดีก่อนที่จะเปิดเทรดนะครับ เพราะเนื่องจากราคาของทองนั้นมีราคาที่สูงมาก ทำให้หลายๆคนที่ไม่เคยเทรดทองมาก่อน เมื่อเปิดออเดอร์เข้าไป ผลคือขาดทุนเป็นจำนวนมาก หรือบางคนที่มีเงินนิ้ย ก็อาจขาดทุนจนโดน Margin Call ทันที

ดังนั้นผมเน้นอย่างมากนะครับ ตรวจสอบเรื่องของค่าสเปรดให้ดี โดยเฉพาะถ้าบัญชีที่คุณเปิด เป็นบัญชีที่ปล่อยให้ค่าสเปรดลอยตัว คุณอาจโดนลากเส้นเพื่อกินตับได้ครับ ทางแก้ไขคือการเปิดบัญชีเทรดทองที่มีการ Fix ค่าสเปรดให้คงที่ครับ หรืออาจเป็นบัญชี ECN ที่คุณยอมจ่ายค่าคอมมิชั่นในการเทรดต่อครั้ง เพื่อแลกกับการได้ค่าสเปรดที่ 0.0 ก็น่าจะคุ้มค่ามากๆ

5.เทรดทองตามข่าว มีโอกาสทำกำไรได้มาก
หัวใจของคนที่ประสบความสำเร็จในการเทรดทองคือ การเทรดตามข่าว ดังที่เราเคยเห็นคลิปของ อ.ดังหลายๆท่านที่สอนลูกศิษย์ให้เทรดทองตามข่าว Non farm Pay roll ทุกวันศุกร์ต้นเดือน โดยเป็นการดูเรื่องของตัวเลขการว่างงานใน อเมริกาครับ ซึ่งการเทรดทองตามข่าวนั้น คุณสามารถเข้าไปดูข่าวที่มีผลกระทบต่อราคาทองได้ที่เว็บไซต์ forexfactory.com

และผมอยากจะบอกคุณว่าการเทรดทองตามข่าวนั้น ง่ายมาก และใช้อินดิเคเตอร์ที่น้อยตัวมากๆครับ ขอเพียงแค่ติดตามการทำนายราคาและการวิเคราะห์ที่ forexfactory.com จากนั้นก็เป็นเรื่องของการเข้าและออกให้ไวเพียงพอ เท่านี้ก็สามารถทำเงินจากการเทรดทองได้แล้ว

6.ยุทธวิธีเทรดตามข่าวสำหรับการเทรดทอง
เทคนิคง่ายๆอีกประการหนึ่งในการติดตามข่าวราคาของการเทรดทอง คือ การตามข้อมูลจากสมาคมทองคำแห่งประเทศไทย ซึ่งส่วนตัวผมคิดว่ามีการทำนายราคาทองคำได้ค่อนข้างที่จะแม่นยำ เราสามารถเทรดทองโดยอาศัยการทำนายราคาทองของสมาคมได้ บวกกับการใช้หลักการบริหารจัดการเงินหน้าตักแบบ มาร์ติงเกลนะครับ เท่านี้ก็จะสามารถทำกำไรได้แล้วในตลาดทอง

7.เงินทุนแค่ไหนถึงจะเหมาะสมต่อการเทรดทอง
เงินทุนที่เหมาะสมที่สุดในการเทรดทอคือเท่าไหร่ มันมีตัวเลขนี้ไหม ผมบอกเลยว่ามีครับ หลักการคืออย่าเทรดทอง โดยใช้เงินทุนที่ต่ำกว่า 10,000 บาทเป็นอันขาด เพราะการขยับขึ้นของราคาทองคำในแต่ละ pip นั้น อาจส่งผลให้เกิด Margin Call ได้ รวมทั้งราคาของค่าสเปรดที่เป็นแบบลอยตัว ก็มีผลอย่างมาก

ดังนั้นจำนวนเงินที่น่าจะเหมาะสมที่สุดในความคิดของผมคือสัก 100,000 บาทขึ้นไปครับ การมีจำนวนเงินที่มากพอ จะช่วยให้คุณนั้นปลอดภัยจากการเทรดทองอย่างแน่นอน

8.อุปสรรคที่สำคัญของการเทรดทอง
สำหรับอุปสรรคที่สำคัญที่สุดของการเทรดทองคือ การขาดความรู้ และกลยุทธ์ที่เด่นชัดในการเทรดทอง เช่นเราจะเลือกใช้อินดิเคเตอร์ไหนในการใช้เป็นเครื่องมือประกอบการตัดสินใจเทรด หรือว่าถ้าเป็นการเทรดทองตามข่าว เราชอบเราโอเคไหม สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่คุณต้องเลือกและตัดสินใจทั้งสิ้นครับ

9.ลองเทรดทองคำดิจิตอลบ้างไหม
ข้อสุดท้ายคือ การเทรดทองคำดิจิตอล อาจเป็นอีกทางเลือกในการทำกำไรในตลาดที่คุณน่าจะลองเทรดดูนะครับ เพราะในช่วงที่คนยังไม่ค่อยรู้จักมากนัก คุณสามารถเข้าทำกำไรในตลาดนี้ได้อย่างไม่ยากนัก และน่าจะมีกำไรเฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 20% ไม่แพ้การเทรดทองทีเดียว

ผมคิดว่าการเทรดทอง ถือเป็นการลงทุนที่มองเห็นภาพชัดเจนที่สุดสำหรับคนไทย เพราะเราสามารถสัมผัสกับการซื้อขายทองคำได้ทุกวัน แค่เราเดินไปตลาดหรือเดินไปห้างสรรพสินค้าเท่านั้นก็จะพบกับร้านทองอยู่มากมาย ดังนั้นด้วยความคุ้นชินแบบนี้เอง ทำให้ผมคิดว่า เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความรู้ และความชำนาญในตลาดเทรดทองเพิ่มขึ้น เพื่อให้เราสามารถทำกำรได้จริง และอยู่รอดได้ในคามโหดร้ายของตลาดเทรดทอง

💥มารู้ทันมิจฉาชีพในวงการ Forex กันครับ1. แชร์ลูกโซ่ Forexมีข่าวให้เห็นกันอยู่บ่อยครั้ง ทั้งการระดมทุน, กองทุนปลอม, แชร์ล...
26/05/2021

💥มารู้ทันมิจฉาชีพในวงการ Forex กันครับ

1. แชร์ลูกโซ่ Forex
มีข่าวให้เห็นกันอยู่บ่อยครั้ง ทั้งการระดมทุน, กองทุนปลอม, แชร์ลูกโซ่, HYIP, รับฝากเทรด
* ที่ผ่านมา Forex มักถูกนำไปใช้อ้างในกลุ่มแชร์ลูกโซ่อยู่เสมอ
* โดยมักอวดอ้างว่า ไม่มีความเสี่ยง, สามารถทำกำไรได้ทุกเดือน
* บางแห่งอาจถึงกับ กล้าการันตีผลกำไร, รับประกันผลตอบแทน
* บางแห่งโฆษณาว่าถอนได้ตลอด, บางแห่งมีการกำหนดระยะเวลา เช่นถอนได้เดือนละครั้ง

2. โบรกเกอร์เถื่อน ไม่มีใบอนุญาต
มีโบรกเกอร์ Forex เปิดใหม่จำนวนมาก ที่ก่อตั้งขึ้นโดยไม่มีใบอนุญาต
* ไม่มีการจดทะเบียน ไม่มีตัวตนอยู่จริง
* นักลงทุนจำนวนมาก ตกเป็นเหยื่อของโบรกเกอร์เหล่านี้
* โดยโบรกเกอร์เหล่านี้ มักจะมีข้อเสนอที่ดึงดูดใจ และอาจมีตัวแทนเป็นอาจารย์ หรือโค้ชที่คอยหาลูกค้าให้

💵💵เงินครั้งแรก ฝากเงินสุดคุ้ม รับโบนัส 50%💸📌สนใจทักสอบถามทางอินบล๊อค 📥ได้เลยนะครับ  #เทรดหุ้น  #หุ้น  #สอนเล่นหุ้น  #เทร...
22/05/2021

💵💵เงินครั้งแรก ฝากเงินสุดคุ้ม รับโบนัส 50%💸

📌สนใจทักสอบถามทางอินบล๊อค 📥ได้เลยนะครับ


#เทรดหุ้น

#หุ้น
#สอนเล่นหุ้น
#เทรดหุ้น
#มือใหม่เล่นหุ้น

#การลงทุน
#ความรู้การลงทุน

🪙 คู่สกุลเงิน Forex ที่ผันผวนมากที่สุด (แกว่งตัวมากที่สุด) คู่เงิน Forex 10 อันดับอันดับ 10 คู่สกุลเงินที่ผันผวนหรือแกว่...
21/05/2021

🪙 คู่สกุลเงิน Forex ที่ผันผวนมากที่สุด (แกว่งตัวมากที่สุด) คู่เงิน Forex 10 อันดับ

อันดับ 10 คู่สกุลเงินที่ผันผวนหรือแกว่งตัวมากที่สุด

🔺อันดับที่ 1 ได้แก่

USD/ZAR หรือ ดอลลาร์สหรัฐ/แรนสหภาพแอฟริกาใต้

โดยค่าเฉลี่ยตลอด 54 สัปดาห์ อยู่ที่ 2,647.11 pips หรือคิดเป็น 2.07 %

🔺อันดับที่ 2 ได้แก่

USD/MXN หรือ ดอลลาร์สหรัฐ/เปโซเม็กซิโก

โดยค่าเฉลี่ยตลอด 54 สัปดาห์ อยู่ที่ 2,810.37 pips หรือคิดเป็น 1.57 %

🔺อันดับที่ 3 ได้แก่

USD/BRL หรือ ดอลลาร์สหรัฐ/เรียลบราซิล

โดยค่าเฉลี่ยตลอด 54 สัปดาห์ อยู่ที่ 453.38 pips หรือคิดเป็น 1.43 %

… ซึ่งต้องบอกว่า 3 อันดับแรก นี่เป็นคู่สกุลเงินที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้เทรดกัน แต่ !! เรามาดูอันดับอื่นกันต่อ จะเริ่มเห็นคู่สกุลเงินที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่นั้นเทรดกันแล้ว

🔺อันดับที่ 4 ได้แก่

GBP/JPY หรือ ปอนด์อังกฤษ/เยนญี่ปุ่น

โดยค่าเฉลี่ยตลอด 54 สัปดาห์ อยู่ที่ 198.14 pips หรือคิดเป็น 1.4 %

🔺 อันดับที่ 5 ได้แก่

GBP/NZD หรือ ปอนด์อังกฤษ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์

โดยค่าเฉลี่ยตลอด 54 สัปดาห์ อยู่ที่ 198.14 pips หรือคิดเป็น 1.4 %

🔺อันดับที่ 6 ได้แก่

USD/TRY หรือ ดอลลาร์สหรัฐ/ลีราตุรกี

โดยค่าเฉลี่ยตลอด 54 สัปดาห์ อยู่ที่ 452.78 pips หรือคิดเป็น 1.29 %

🔺 อันดับที่ 7 ได้แก่

GBP/AUD หรือ ปอนด์อังกฤษ/ออสเตรเลียดอลลาร์

โดยค่าเฉลี่ยตลอด 54 สัปดาห์ อยู่ที่ 210.53 pips หรือคิดเป็น 1.26 %

🔺อันดับที่ 8 ได้แก่

AUD/JPY หรือ ออสเตรเลียดอลลาร์/เยนญี่ปุ่น

โดยค่าเฉลี่ยตลอด 54 สัปดาห์ อยู่ที่ 103.86 pips หรือคิดเป็น 1.23 %

🔺อันดับที่ 9 ได้แก่

USD/RUB หรือ ดอลลาร์สหรัฐ/รูเบิลรัสเซีย

โดยค่าเฉลี่ยตลอด 54 สัปดาห์ อยู่ที่ 6,936.61 pips หรือคิดเป็น 1.2 %

🔺 อันดับที่ 10 ได้แก่

CAD/JPY หรือ ดอลลาร์แคนาดา/เยนญี่ปุ่น

โดยค่าเฉลี่ยตลอด 54 สัปดาห์ อยู่ที่ 100.1 pips หรือคิดเป็น 1.19 %

ทีนี้เราก็ทราบกันแล้วใช่ไหมว่าคู่สกุลเงินไหนที่ค่อนผันผวนมาก ซึ่งสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปวางกลยุทธ์การเทรดในตลาด Forex ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

🔴 เทรด Cryptocurrency กับ Forex แบบไหนดีกว่ากัน? โดย Cryptocurrency แลก Forex นั้น หากคุณต้องการเริ่มการซื้อขายสกุลเงินค...
20/05/2021

🔴 เทรด Cryptocurrency กับ Forex แบบไหนดีกว่ากัน?

โดย Cryptocurrency แลก Forex นั้น หากคุณต้องการเริ่มการซื้อขายสกุลเงินคุณอาจสงสัยว่า …

“อะไรคือความแตกต่างระหว่างการซื้อขายสกุลเงินและการซื้อขายสกุลเงินดิจิตอล? และอันไหนดีกว่ากัน? วันนี้เราลองประเปรียบเทียบกัน”

ข้อเท็จจริงอย่างแรกแรก ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศหรือ Forex และตลาด Cryptocurrency จะแยกจากกัน ตลาดเหล่านี้มีลักษณะเฉพาะที่ทำให้ดึงดูดนักลงทุนได้

👉🏻Crypcurrency กับ Forex

ตลาด Forex เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดและมีสภาพคล่องมากที่สุดในโลก ซื้อขายผ่านโบรกเกอร์มันเป็นตลาดโลกที่กระจายอำนาจซึ่งมีการซื้อขายสกุลเงินทั้งหมดในโลก ในฐานะที่เป็นตลาดโลก Forex ได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัยเช่นประกาศทางการเมืองตัวเลขเงินเฟ้อและรายงานตำแหน่งงาน โดยเฉลี่ยแล้วมีการซื้อขายในอัตราแลกเปลี่ยน 5.3 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน(ในขณะที่ Cryptocurrency แค่หลักพันล้านต่อวัน) แต่ข้อเสียคือคุณไม่ได้เป็นเจ้าของเงินในระบบจริงๆ โบรกเกอร์จะเป็นผู้ถือเงินของคุณและจัดการในธุรกรรมต่างๆ

แต่ Cryptocurrency หรือที่เรามักเรียกว่า “สกุลเงินดิจิตอล” ไม่เหมือนกับสกุลเงินเช่นดอลลาร์หรือเยนญี่ปุ่น

สกุลเงินในตลาด Forex ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลส่วนกลาง แต่ตลาด Cryptocurrency นั้นไม่ใช่ เราสามารถแลกเปลี่ยนหรือเทรดโดยผ่านกระดานแลกเปลี่ยน หรือใช้กระบวนการตรวจสอบสิทธิ์แบบ Peer-to-Peer (การแลกเปลี่ยนกันโดยตรง) เช่นเดียวกับ Forex ถ้าคุณเงินยังอยู่บนกระดานเทรด (ใน forex ใช้คำว่าโบรกเกอร์) เงินในระบบนั้นยังไม่ใช่ของคุณจริงๆ แต่คุณสามารถเก็บไว้ในที่ปลอดภัยกว่าได้ เช่น บน Hardware Wallet ในนี้คุณจะเป็นคนถือเงินจริงๆ และเครือข่าย Cryptocurrency นั้นปลอดภัยกว่าด้วยระบบที่อยู่เบื้องหลังของมันคือ Blockchain ดังนั้นแล้วข่าวการแฮ็คต่างๆ ส่วนมากจะเกิดจากตัวเจ้าของและกระดานเทรดเอง

ในการเทรด Cryptocurrency นั้นคล้ายคลึงกับการเทรด forex โดยที่ทั้งคู่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนสกุลเงินสำหรับสกุลเงินอื่น อย่างไรก็ตามตลาดสกุลเงินดิจิตอลและตลาดอัตราแลกเปลี่ยนได้รับอิทธิพลจากปัจจัยที่แตกต่างกัน

ในอดีตตลาด Cryptocurrency นั้นคาดเดาไม่ได้และผันผวนสุดๆ สำหรับคู่สกุลเงินต่างประเทศจำนวนมากใน Forex ความผันผวนอยู่ที่ประมาณ 1% และ 0.5% สำหรับสกุลเงินส่วนใหญ่ที่จัดตั้งขึ้น ในการเปรียบเทียบ Bitcoin มีความผันผวนประมาณ 5% ถึง 15% นั่นเป็นเหตุผลที่ Cryptocurrency สามารถดึงดูดผู้ค้าที่มีความเสี่ยงสูงนั่นเอง ลองดูภาพรวมของทั้งสองตลาดว่าต่างกันยังไงบ้าง

เปรียบเทียบระหว่าง Cryptocurrency กับ Forex

⭕️Forex

อุปทานไม่จำกัด
เนื่องจากตลาด Forex ประกอบด้วยตลาดการเงินทั่วโลก จึงมีการซื้อขายสกุลเงินไม่จำกัดจำนวน

⭕️Leverage
การซื้อขายฟอเร็กซ์อนุญาตให้ใช้ประโยชน์จาก 50:1 ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถรับสถานะการซื้อขาย Forex ที่มีมูลค่า $100 เพียง $2 อย่างไรก็ตามนี่ก็หมายถึงความสูญเสียอาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สภาพคล่องสูงมาก

Forex มีผู้เข้าร่วมมากกว่าตลาดอื่นๆ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วในการแลกเปลี่ยนสกุลเงินจำนวนมาก นักลงทุนรายเดียวไม่สามารถมีอิทธิพลอย่างมหาศาลต่อ Forex เช่นเดียวกับตลาดหุ้น ได้รับอิทธิพลจากข่าวทั่วโลกประกาศรายงานผลประกอบการ ฯลฯ สิ่งนี้สามารถทำให้ง่ายต่อการค้นหาโอกาส นักลงทุนสามารถวางแผนสำหรับเหตุการณ์เหล่านี้ล่วงหน้าและสามารถใช้เทคนิคสำหรับการวิเคราะห์ขั้นพื้นฐาน และขั้นสูงได้

⭕️Cryptocurrency
อุปทานมีจำกัด
➖อุปทานมีจำกัด ตัวอย่างเช่น Bitcoin ที่ระบบจำกัดไว้แค่ 21 ล้านเหรียญ
➖เป็นสินทรัพย์ดิจิตอลของคุณ
ด้วยพื้นฐานความปลอดภัยของ cryptocurrency คุณสามารถเก็บรักษามันไว้ให้ปลอดภัยและมันเป็นเงินของคุณจริงๆ และหลายๆ ประเทศเริ่มให้การยอมรับ
➖กำไรที่มีศักยภาพมากสำหรับนักลงทุน
เมื่อคุณลงทุน 1,000$ ใน Bitcoin ในปี 2013 มันจะมีมูลค่ามากกว่า $400,000 ใน 5 ปีต่อมา โอกาสของรางวัลที่สูงขึ้นหมายถึงความเสี่ยงมากขึ้นตาม ใช้ได้กับทุกคน มันการมอบโอกาสการลงทุนระหว่างทุกฝ่ายในโลก สิ่งนี้ช่วยให้บุคคลแม้ในประเทศที่ไม่ได้รับการพัฒนาโดยไม่มีสถาบันธนาคารใกล้เคียงสามารถใช้และแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิตอล

แต่สิ่งที่ตลาดทั้งสองมีเหมือนกันคือ”ความผันผวน“มีอยู่ทั้งในตลาด Forex และ Cryptocurrency อย่างไรก็ตามยิ่งมีความเสี่ยงสูงเท่าใดก็ยิ่งได้รับรางวัลมากเท่านั้น ใครล่ะที่ไม่อยากได้เงินเยอะๆ บ้าง?

สุดท้ายแล้วการเทรด Cryptocurrency หรือการเทรด Forex ต้องมีการวางแผนทุนที่มีประสิทธิภาพการ บริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมความเพียรและความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการซื้อขายทั้งในตลาดยอดนิยมเหล่านี้สามารถนำไปสู่โอกาสที่โดดเด่นสำหรับนักลงทุน

📍การเทรดทองคำ ทำไมจึงได้รับความนิยมสูง ?ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย ผู้คนจำนวนมากก็ยังให้ความสนใจที่จะลงทุนกับทองคำ เพรา...
18/05/2021

📍การเทรดทองคำ ทำไมจึงได้รับความนิยมสูง ?

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย ผู้คนจำนวนมากก็ยังให้ความสนใจที่จะลงทุนกับทองคำ เพราะเป็นสินทรัพย์ที่มีจุดเด่นแตกต่างจากสินทรัพย์อื่น ๆ อย่างมาก
*ทองคำไม่ใช้สินทรัพย์เพื่อการลงทุนเท่านั้น

การถือครองทองคำ มิใช่มีจุดประสงค์เพื่อการเก็งกำไรเสมอไป
แต่ประโยชน์ของการถือครองทองคำคือ "เป็นตัวช่วยประกันความเสี่ยง" ที่มีประสิทธิภาพ ในช่วงเวลาวิกฤตเศรษฐกิจ, อัตราเงินเฟ้อสูง ทองคำมักจะเป็นสิ่งที่ถูกนึกถึงโดยเสมอ เนื่องจากทองเป็นสินทรัพย์ที่คงมูลค่า และยังเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก จึงเป็นเหมือนแหล่งหลบภัย
ผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ

เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ หลายสิ่งย่อมได้รับผลกระทบเช่น หุ้น,ค่าเงิน,อัตราแลกเปลี่ยน,อสังหาริมทรัพย์ แม้แต่เงินฝากในธนาคาร ก็อาจไม่ปลอดภัยอีกต่อไป แต่นั้นไม่ใช่กับทองคำ เพราะในช่วงวิกฤต ทองคำก็ยังคงมีความเป็นมูลค่า ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ทองคำก็ยังคงมีมูลค่า,สภาพคล่องที่สูง และเป็นที่ยอมรับทั่วโลก จากเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมา เราจะเห็นได้ว่าในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจนั้น ราคาทองคำมักจะพุ่งสูงขึ้น
เนื่องจากอุปสงค์ที่สูงขึ้น จากการที่ผู้คนย้ายเงินทุนมาแลกเปลี่ยนเป็นทองคำ
การสะสมทองคำ จึงเป็นเหมือนการกระจายความเสี่ยง, ตัวช่วยประกันความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพสูง กรณีเหตุการณ์โควิด-19

วิกฤตการณ์โควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก สินทรัพย์หลายกลุ่ม ราคาปรับตัวต่ำลง แต่ราคาทองคำกลับพุ่งสูงขึ้นมาก อย่างก้าวกระโดด
หากถึงช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อสูง มูลค่าของเงินลดน้อยลง

ทองคำอาจเป็นสิ่งมีค่าที่สุด "ที่อาจช่วยชีวิตคุณและครอบครัว" เพราะถึงแม้เศรษฐกิจในประเทศจะพัง แต่ทองคำก็ยังคงความเป็นมูลค่า และยังเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก

📌 #ความเสี่ยงของการลงทุนใน Bitcoin และวิธีในการป้องกันความเสี่ยง👉🏻เรามักจะได้ยินกันอยู่เสมอๆ ใช่ไหมครับ ว่าการลงทุนใน bi...
17/05/2021

📌 #ความเสี่ยงของการลงทุนใน Bitcoin และวิธีในการป้องกันความเสี่ยง

👉🏻เรามักจะได้ยินกันอยู่เสมอๆ ใช่ไหมครับ ว่าการลงทุนใน bitcoin หรือ cryptocurrency นั้นมีความเสี่ยงสูง แต่เอาจริงๆ แล้วเคยสงสัยไหมครับว่า ความเสี่ยงที่ว่าสูงนั้นคือความเสี่ยงอะไร แค่ราคาเหรียญที่ขึ้นลงเร็วอย่างเดียวหรือเปล่า หรือแม้กระทั่ง เสี่ยงสำหรับคนอื่นแล้วจะเสี่ยงสำหรับเราไหม และที่สำคัญที่สุดคือ แล้วเราจะป้องกันความเสี่ยงนั้นได้อย่างไรบ้าง

✅ความเสี่ยงจากการลงทุนสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ครับ คือ

1.ความเสี่ยงที่มีผลต่อทั้งระบบ (Systematic Risk) 2.ความเสี่ยงที่เกิดเฉพาะตัวกับธุรกิจหรือหลักทรัพย์นั้น ๆ (Unsystematic Risk)
3.ความเสี่ยงที่เกิดจากตัวเอง (Personal Risk)

🟠1.Systematic Risk คือความเสี่ยงที่ติดตัวมากับทั้งระบบหรือทั้งตลาดของสินทรัพย์ชนิดนั้น ๆ โดยความเสี่ยงนี้จะมีผลกระทบกับทั้งสินทรัพย์ทุกตัวทั้งตลาด ทำให้บางคนจะเรียกความเสี่ยงชนิดนี้ว่า Market Risk ความเสี่ยงในกลุ่มนี้มักเป็นความเสี่ยงที่เราคาดเดาได้ยากและควบคุมไม่ได้ ตัวอย่างของ Systematic Risk ของการลงทุนใน cryptocurrency ก็อย่างเช่น

➖ความเสี่ยงในด้านนโยบาย กฎเกณฑ์และการกำกับดูแล เช่น ถ้าหน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแลออกมาเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ cryptocurrency ก็ย่อมจะส่งผลกับราคาและสภาพคล่องของสินทรัพย์แน่ๆ ซึ่งเหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในอดีตนะครับ เช่น เมื่อปี 2017 รัฐบาลจีนประกาศให้การระดมทุนผ่านโทเคนดิจิทัล (Initial Coin Offering หรือ ICO) ผิดกฎหมาย ก็ส่งผลให้มูลค่า bitcoin รวมถึง cryptocurrency ทุกตัวทั่วโลกตกลงไปกว่า 200 เหรียญสหรัฐฯ ในทันที

➖ความเสี่ยงในด้านภาษี เช่น ในปี 2014 สหรัฐอเมริกาได้ประกาศให้ cryptocurrency หรือ virtual currency เป็นสินทรัพย์ชนิดหนึ่ง ซึ่งเข้าข่ายต้องเสียภาษีกำไรจากเงินลงทุน (Capital Gain Tax) โดยถ้าเป็นการถือครองสินทรัพย์เป็นระยะเวลานานกว่า 1 ปี จะเข้าข่าย long-term capital gain ซึ่งจะเสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่า short-term แต่แล้วอยู่ ๆ ในปี 2019 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเวลานั้น ได้มีการปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ด้านภาษีในหลายๆ เรื่อง ส่งผลให้อัตราภาษีของกำไรจากเงินลงทุนระยะสั้น สามารถจะน้อยกว่าภาษีจากการลงทุนแบบระยะยาวได้ ซึ่งได้ส่งผลกระทบกับทั้งโมเดลการซื้อขาย ทั้งราคาเหรียญ ทั้งนักพัฒนา นักลงทุน กองทุน และผู้ให้บริการด้านสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งอุตสาหกรรม

➖ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี เนื่องจากกลไกที่ cryptocurrency ใช้ความสร้างความถูกต้องความน่าเชื่อถือของธุรกรรมและของ smart contract จะใช้กระบวนการทางคณิตศาตร์และ cryptography เป็นหัวใจ ดังนั้นหากมีการค้นพบว่า cryptography ที่ใช้อยู่สามารถถูกถอดรหัสได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจากเทคนิคทางคอมพิวเตอร์ใหม่ๆ หรือจากเทคโนโลยีใหม่ๆ ก็ย่อมจะส่งผลโดยตรงกับความน่าเชื่อถือของ cryptocurrency แน่นอน เช่น ในเดือนตุลาคม 2019 เมื่อ Google ได้ประกาศความก้าวหน้าที่สำคัญในเรื่อง quantum computing ซึ่งแม้ว่าจะยังอีกห่างไกลมากจากการถอดรหัส cryptography ที่ bitcoin ใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่ก็ส่งผลให้ราคาเหรียญปรับตัวลดลงได้ถึง 7% เลยทีเดียว

“ซึ่งในเรื่องของ technological risk นี้ ต้องขอตั้งข้อสังเกตไว้ด้วยครับ ว่าไม่ใช่ cryptocurrency ทุกตัวที่จะได้รับผลกระทบ ต้องดูรายละเอียดทางเทคนิคของแต่ละตัวไป เช่น ถ้าบอกว่าเทคโนโลยี quantum computer จะสามารถถอดรหัสทาง cryptography ที่ใช้อยู่ได้ แต่ก็อาจจะมีบางเหรียญที่ใช้ cryptography ที่เป็น quantum-proof ทั้งหมด ซึ่งก็จะไม่ได้รับผลกระทบในทางเทคนิค แต่แน่นอนว่าในด้านราคา ในด้านภาพรวมของตลาด ย่อมต้องได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

🟠2.Unsystematic Risk หรือที่บางครั้งจะเรียกว่า Specific Risk นั้น หมายถึงความเสี่ยงที่ติดตัวมากับธุรกิจหรือหลักทรัพย์นั้น ๆ และจะมีผลกระทบกับเพียงธุรกิจหรือหลักทรัพย์นั้นเท่านั้น ไม่เกิดผลกระทบกับตลาดในภาพรวม ตัวอย่างของ Unsystematic Risk ของการลงทุนใน cryptocurrency เช่น

ความเสี่ยงในด้านความสามารถในการแข่งขัน เช่น หากเหรียญสกุลหนึ่ง ๆ ที่ก่อนนี้เคยได้รับความนิยมจากตลาด แล้วต่อมามีเหรียญสกุลใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นให้มีคุณลักษณะที่เหมือนกันแต่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่า ก็ย่อมดึงดูดให้คนจำนวนมากทิ้งเหรียญนั้นไปถือเหรียญใหม่อย่างแน่นอน

ซึ่งตัวอย่างที่จะยกมาเล่าในหัวข้อนี้จะเป็นระบบ DeFi หรือ Decentralized Finance ครับ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นเรื่องของ Cryptocurrency โดยตรงแต่ก็มีความเกี่ยวข้องกันสูงมาก และคิดว่าเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจในเรื่อง competitive risk นี้

โดยเหตุการณ์นี้เกิดในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ปี 2020 ครับ ในช่วงนั้น Decentralized Exchange หรือ DEX ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดตัวหนึ่งคือ Uniswap แต่แล้วอยู่ๆก็มี DEX ที่ชื่อ Sushiswap เปิดตัวขึ้นมา โดยนอกจากระบบจะมีความสามารถเทียบเท่ากับ Uniswap ทุกประการ แล้วก็ยังมีฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า แถมยังกลไกพิเศษที่ช่วยให้สามารถดูดเอาลูกค้าของ Uniswap มาเป็นของตัวเองผ่านทางการทำ yield farming อีกด้วย ซึ่งผลก็คือ เหรียญของ Uniswap มูลค่าเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์ได้ถูกนักลงทุนนำไปฝากไว้กับ Sushiswap และทำให้เหรียญของ Sushiswap มี Market Cap พุ่งสูงขึ้นเป็น 300 ล้านดอลลาร์ในชั่วข้ามคืน (เรื่องนี้มีรายละเอียดสนุกๆเยอะมาก ไว้มีโอกาสจะมาเล่าให้ฟังแบบเต็มๆนะครับ

ความเสี่ยงในด้านนโยบาย กฎเกณฑ์และการกำกับดูแล ในบางครั้งการเปลี่ยนแปลงในเรื่อง regulation ก็สร้างผลกระทบกับทั้งระบบ แต่ในบางกรณีก็กระทบแค่เหรียญใดเหรียญหนึ่งเท่านั้น เช่น ในเดือนธันวาคม 2020 คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ (SEC) ได้ฟ้องร้องผู้บริหารและบริษัทผู้ออกเหรียญสกุล XRP ในข้อหาการระดมทุน โดยการออกหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาต โดย SEC สหรัฐฯ มองว่าเหรียญ XRP เป็นหลักทรัพย์ ดังนั้นการที่บริษัทได้ขายและแจกจ่ายหลักทรัพย์ XRP ให้กับนักลงทุนโดยทั่วไป โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลที่ครบถ้วนให้กับนักลงทุน ถือเป็นความผิดตามกฎหมายหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา ในขณะที่บริษัทผู้ออกแย้งว่า XRP เป็นเงิน มิใช่หลักทรัพย์ และกระทรวงยุติธรรมก็ได้เคยตัดสินไว้เมื่อปี 2015 แล้ว ว่า XRP เป็น virtual currency ซึ่งผลของความไม่ชัดเจนนี้ทำให้ ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ (cryptocurrency exchange) ใหญ่ๆ ทั่วโลกทยอยระงับการซื้อขาย XRP และราคาได้ร่วงจาก 0.55 ดอลลาร์เหลือ 0.25 ดอลลาร์ในทันที (แต่เหล่าผู้สนับสนุนก็ช่วยกันดันราคากลับขึ้นมาที่ 0.37 ดอลลาร์จนได้ครับ รายละเอียดของเรื่องนี้ก็สนุกมากเช่นกันครับ ไว้จะยกมาเล่าให้ฟังเมื่อมีโอกาส)

ความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคา อันนี้น่าจะเป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนใน cryptocurrency ได้ยินได้ฟังหรือแม้กระทั่งได้ประสบด้วยตัวเองมากที่สุดแล้วครับ ซึ่งความเสี่ยงนี้ไม่ได้มีแค่ด้านราคาปรับตัวลงอย่างรวดเร็วเท่านั้นนะครับ แต่ยังรวมไปถึงความเสี่ยงที่ราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วด้วย อย่างเช่น ราคาของ Bitcoin เคยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 119% ภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือน (และร่วงลงมา 19% ใน 3 วันให้หลัง)

3.Personal Risk ก็จะหมายถึงความเสี่ยงที่เกิดจากตัวนักลงทุนเอง เช่น การทำรหัสผ่าน หรือ key หาย, การใส่ราคาผิด, ใส่ address ปลายทางผิด ไปจนถึงการตัดสินใจลงทุนที่ผิดพลาด จนเกิดความเสียหายกับพอร์ตการลงทุน เป็นต้น

ตามวิเคราะห์มาข้างต้นทำให้เห็นได้ชัดเจนเลยใช่ไหมครับว่า ความเสี่ยงด้านราคาของ cryptocurrency เป็นเพียงความเสี่ยงเพียงชนิดเดียวเท่านั้น ในการลงทุนจริง ยังมีความเสี่ยงอย่างอื่นอีกมาก และการประเมินความเสี่ยงที่แม่นยำก็ไม่ใช่แค่การดูที่ความรุนแรง หรือ impact เพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุการณ์นั้น หรือ likelihood ด้วย เช่น บางเหตุการณ์อาจจะดูรุนแรงมาก แต่โอกาสจะเกิดมีน้อยมาก หรืออีกหลายร้อยปีถึงจะเกิด อย่างนี้ก็อาจนับได้ว่าเสี่ยงน้อย เป็นต้น

ซึ่งเมื่ออ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็อย่าเพิ่งหวั่นใจว่าทำไมมีแต่ความเสี่ยงเยอะแยะเต็มไปหมดนะครับ ถ้าจะวิเคราะห์กันโดยละเอียดแล้วในทุกการลงทุน (หรือการเลือกไม่ลงทุน) ก็มีความเสี่ยงด้วยกันทั้งนั้น ฝากเงินไว้ในธนาคารยังมีความเสี่ยงเรื่องอัตราเงินเฟ้อ หรือเสี่ยงว่าธนาคารจะเจ๊งได้เลย เพราะฉะนั้นวิธีการลงทุนให้ปลอดภัยที่สุด ไม่ใช่การลงกับสินทรัพย์ที่ไม่มีความเสี่ยงเลย แต่จะต้องบริหารจัดการความเสี่ยงให้เหมาะสมต่างหาก

💰 #การถือครองทองคำแท่ง ป็นวิธีคลาสสิคที่สุด ก็คือการไปซื้อทองคำแท่งจริงๆ มาถือเก็บเอาไว้เลยจากนั้นรอเวลาจนเมื่อ ราคาของท...
15/05/2021

💰 #การถือครองทองคำแท่ง ป็นวิธีคลาสสิคที่สุด ก็คือการไปซื้อทองคำแท่งจริงๆ มาถือเก็บเอาไว้เลย
จากนั้นรอเวลาจนเมื่อ ราคาของทองคำพุ่งสูงขึ้น จึงค่อยนำออกไปขาย เพื่อเก็งกำไรจากส่วนต่างของราคา

📌แต่มีข้อเสียดังต่อไปนี้:

☑️ใช้ลงทุนที่สูง ต้องชำระเงินเต็มจำนวน สำหรับการซื้อทองคำแท่งแต่ละครั้ง
☑️ทำกำไรได้เฉพาะในช่วงที่ตลาดเป็นขาขึ้นเท่านั้น
เสี่ยงต่อการโจรกรรม
☑️ต้องลงทุนตู้เซฟ มีค่าใช้จ่ายในการฝากทอง และการทำประกันสินทรัพย์

💰💰 #การเทรดทองบนตลาด Forexถ้าหากว่าคุณมีความคิดในหัว อยากที่จะลงทุนอะไรใหม่ๆ โดยลงทุนอะไรที่มันน่าสนใจ ทำเงินง่าย ทำเงิน...
14/05/2021

💰💰 #การเทรดทองบนตลาด Forex

ถ้าหากว่าคุณมีความคิดในหัว อยากที่จะลงทุนอะไรใหม่ๆ โดยลงทุนอะไรที่มันน่าสนใจ ทำเงินง่าย ทำเงินเร็ว และที่สำคัญทำเงินได้เยอะแล้วล่ะก็ ผมอยากจะแนะนำการเทรดทองบนตลาด Forex ให้กับคุณได้รู้จัก การเทรดทองบนตลาด Forex ถือได้ว่าเป็นการลงทุนในระดับโลก หากคุณมีจิตวิญญาณของนักลงทุนอยู่ละก็ การเทรดทองบน Forex ถือว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายไม่น้อย ถึงแม้ว่าบางคนอาจจะบอกกับคุณว่า “เทรดทองในตลาด Forex มีแต่เสีย มีแต่เจ๊ง อย่าไปเสียเวลาเลย” คุณไม่ต้องไปสนใจคำพูดเหล่านั้น เพราะว่าคนที่เทรด Forex แล้วขาดทุนล้วนแล้วแต่มีสาเหตุมีจากความโลภ ขาดความเข้าใจในการลงทุนนั่นเอง แต่ถ้าหากว่าคุณได้ยินคำพูดเหล่านั้นแล้วรู้สึกกลัวการลงทุนเทรดทองบนตลาด Forex ล่ะก็ ในวันนี้ผมจะมาแนะนำถึงเทคนิคการเทรดทองบน Forex ให้ได้กำไร แบบที่มือใหม่สามารถทำตามได้ง่ายๆเลย มีด้วยกันอยู่ 4 ข้อดังนี้ครับ

1.เลือกโบรกเกอร์ให้ดีเพื่อเป็นตัวช่วยในการทำกำไร
การเทรดทองคำนั้น จำเป็นจะต้องอาศัยโบรกเกอร์เพื่อเป็นสื่อกลางในการเทรดบนตลาด Forex ซึ่งโบรกเกอร์ ถือได้ว่าเป็นจุดที่น่าสนใจ นั่นก็เพราะว่าโบรกเกอร์มีอยู่หลากหลายชนิด บางโบรกเกอร์ก็มีจุดเด่นจุดด้อยต่างกัน อย่างเช่นว่า โบรกเกอร์ A มีค่าสเปรดต่ำ , โบรกเกอร์ B ให้เลเวอเรจสูง เป็นต้น ซึ่งรายละเอียดเล็กๆเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่ส่งผลในการเทรดทองคำ ดังนั้นหากคุณอยากจะทำกำไรจากการเทรดทองคำแบบง่ายๆล่ะก็ เลือกโบรกเกอร์ให้ดีๆ

2.ต้องทำความเข้าใจพฤติกรรมของทองคำ
ทองคำบนตลาด Forex บ่อยครั้งที่ราคาทองคำจะผันผวน บางช่วงก็เกิดการสวิงส่งผลให้กราฟกระชากวิ่งขึ้นสูง หรือบางครั้งกราฟกระชากกดต่ำลง ซึ่งการที่กราฟของทองคำเป็นเช่นนี้ก็มีสาเหตุมาจากปัจจัยของทองคำ คุณจำเป็นต้องเรียนรู้ปัจจัยต่างๆ ว่าทำไมทองคำถึงล่วง? ทำไมทองคำถึงวิ่งขึ้นสูง? เพื่อเป็นการทำความเข้าใจถึงพฤติกรรมของทองคำบนตลาด Forex ถ้าหากว่าคุณสามารถวิเคราะห์ แล้วทำความเข้าใจกับพฤติกรรมราคาทองคำได้อย่างถ่องแท้ การทำกำไรจากการเทรดทองบน Forex ก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายดายในทันที

3.ไม่ถือไม้ยาว ได้กำไรแล้วให้รีบปิด
การเทรดทองคำบนตลาด Forex สิ่งที่อันตรายที่สูงก็คือช่วงเวลาที่เกิดการสวิง ซึ่งบ่อยครั้งที่กราฟทองคำจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ซึ่งการที่เราจะสามารถทำกำไรจากการเทรดทองคำบนตลาด Forex ได้นั้นก็คือ คุณจะต้องเปิดออเดอร์ด้วยล็อตที่ไม่เกิดตัวคุณ และที่สำคัญต้องไม่ปล่อยให้ออเดอร์วิ่งนานจนเกินไป เพราะบางครั้งอาจจะเกิดเหตุการณ์กราฟทองคำกระชาก ส่งผลทำให้เกิดการล้างพอร์ตขึ้นมานั่นเอง ดังนั้นถ้าหากอยากทำกำไรจากการเทรดทองคำ ผมขอแนะนำว่าอย่าถือไม้ยาว เน้นช่วงสั้นๆทำกำไรได้แล้วก็รีบปิดเปิดไม้ใหม่ต่อไปเรื่อยๆจะดีกว่าครับ

4.เทรดทองตอนที่มีข่าวรับรองกำไรเน้นๆ
การเทรดทองคำไม่ว่าจะนักเทรดหน้าใหม่หรือหน้าเก่า ล้วนแล้วแต่มีสิ่งๆหนึ่งที่จะสามารถช่วยทำกำไรจากการเทรดได้ง่าย และแม่นยำมากขึ้น นั่นก็คือ “ข่าว” ในช่วงเวลาที่กราฟทองคำเกิดการผันผวน ข่าว ถือว่าเป็นคีย์สำคัญที่ส่งผลทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น และเมื่อเกิดข่าวขึ้นมา กราฟทองคำก็จะเกิดเป็นเทรนด์ไลน์ขึ้นมา ซึ่งจะเกิดเป็นเทรนด์ไลน์ที่มีทิศทางใดนั้น ไม่มีใครสามารถบอกได้อย่างแน่นอน ซึ่งการที่คุณจะสามารถทำกำไรจากมันได้นั้นก็คือ คุณจะต้องติดตามข่าวสาร เมื่อคุณติดตามข่าวสารคุณจะได้ข้อมูลสิ่งต่างๆที่ส่งผลกระทบต่อทองคำ จากนั้นคุณก็ต้องนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ หาเหตุผล หาแนวโน้มที่เป็นไปได้ในอนาคตว่าทองคำจะขึ้นหรือลงไปในทิศทางใดนั่นเอง ซึ่งถ้าหากว่าคุณวิเคราะห์ได้ถูกต้อง โอกาสที่จะทำกำไรจากการเทรดทองคำก็จะยิ่งสูงมากขึ้นอย่างแน่นอน

📈ข่าว Forex ส่งผลกระทบต่อราคาอย่างไร📌การประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ ส่งผลโดยตรง ต่อการเคลื่อนไหวของราคาในตลาด Forexเนื่องจาก...
13/05/2021

📈ข่าว Forex ส่งผลกระทบต่อราคาอย่างไร

📌การประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ ส่งผลโดยตรง ต่อการเคลื่อนไหวของราคาในตลาด Forex

เนื่องจากการปรับขึ้นลงของราคานั้น เป็นไปตามกลไกลตลาดหรือ Demand และ Supply และการปรับขึ้นลงของราคานั้น ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอีกหลายอย่าง

🛑ตัวอย่างเช่น: การแถลงการณ์นโยบายทางเศรษฐกิจ, สงครามการค้า , โรคระบาด เพราะล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในสกุลเงินนั้นๆ และยังอาจมีข่าวอื่นๆที่เกิดขึ้นนอกตาราง การวิเคราะห์แนวโน้มของราคา จึงควรใช้หลายปัจจัยในการช่วยวิเคราะห์ และมีการบริหารความเสี่ยงโดยเสมอ และยังมีข่าวที่ควรต้องระวังเป็นพิเศษเช่น ข่าว Non Farm : ซึ่งจะมีการประกาศทุกวันศุกร์แรกของเดือน

🔴 ถาม -ตอบ : พิษไวรัสโคโรนามีผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างไร❓👉🏻 #ตอบ : ในสถานะการ covid ไม่มีผลกระทบใดๆเลยเพราะในการเทรค Forex...
12/05/2021

🔴 ถาม -ตอบ : พิษไวรัสโคโรนามีผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างไร❓

👉🏻 #ตอบ : ในสถานะการ covid ไม่มีผลกระทบใดๆเลยเพราะในการเทรค Forex เราจะเทรคที่ไหนก็ได้และในสถานะการโควิคตอนนี้เราไม่ควรที่จะออกไปข้างนอกบ้านหรือที่พักอาศัยซึ่งเราจะติดตามข่าวว่ามีผู้ติดเชื่อโควิคเพิ่มขึ้นทุกวันกลับกลายเป็นว่าเราเทรค Forex ที่บ้านไได้สบายโดยเราไม่ต้องไปไหน นี้แหละที่ทำให้ Forex ไม่มีผลกระทบต่อ covid‼️

9 สิ่งที่เทรดเดอร์ระดับโลก🌐มีเหมือนกัน!!==========================1.ทุกคนมีแรงขับเคลื่อนที่ต้องการที่จะกลายเป็น "เทรดเดอ...
11/05/2021

9 สิ่งที่เทรดเดอร์ระดับโลก🌐มีเหมือนกัน!!

==========================

1.ทุกคนมีแรงขับเคลื่อนที่ต้องการที่จะกลายเป็น "เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ" ทำให้พวกเขาสามารถเอาชนะอุปสรรคไปและไปจนถึงเป้าหมายได้

2.ทุกคนเชื่อมั่นว่าพวกเขาสามารถชนะตลาดได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาวและคิดว่าวิธีการเทรดของตัวเองเป็นวิธีการลงทุนที่ดีและปลอดภัยที่สุด

3.เทรดเดอร์แต่ละคนจะค้นพบวิธีการหนึ่งที่ได้ผลและจะยึดมั่นกับการใช้วิธีนั้น วินัยจึงเป็นคำที่ถูกพูดถึงมากที่สุด!!

4.เทรดเดอร์ระดับโลกจะจริงจังอย่างมากกับการเทรด พวกเขาจะอุทิศเวลาส่วนใหญ่ไปกับการวิเคราะห์ตลาดและการวางกลยุทธ์การเทรด

5.การควบคุมความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด คือ หนึ่งในปัจจัยสำคัญของกลยุทธ์การเทรดของพวกเขาทุกคน

6.ในหลายวิธีที่ต่างกันเทรดเดอร์หลายคนได้กล่าวว่า "ความอดทน" คือ สิ่งที่มีความสำคัญต่อการเทรดให้ประสบความสำเร็จอย่างมาก

7.การกระทำที่ไม่ขึ้นกับคนส่วนใหญ่ คือ สิ่งที่ถูกเน้นย้ำอยู่บ่อยครั้ง ต่อการเทรดให้ประสบความสำเร็จ

8.ทุกคนเข้าใจดีว่า "การขาดทุน" เป็นส่วนหนึ่งของเกม

9.เทรดเดอร์ระดับโลกทุกคนล้วนรักในสิ่งที่เขาทำ

ังสือMarketWizard
#เรียบเรียงใหม่โดย

ที่อยู่

388 อาคาร เอ็กซ์เชนจ์ ทาวเวอร์ (EXCHANGE TOWER), ชั้นที่ 29, ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย
Bangkok
10110

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66992580208

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Y.A.I Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Y.A.I Thailand:

แชร์