23/04/2026
SIW ร่วมสนับสนุนองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน 🌱
บทความของ “นางสาวสุนันทา ทึงลำพง” จาก SIW ในฐานะอนุกรรมการสาขาวิศวกรรมโครงสร้างเหล็กและโครงสร้างเชิงประกอบ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.)
ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ใน Civil Insight Series เกี่ยวกับการพัฒนา Green Product ในอุตสาหกรรมลวดเหล็ก เนื้อหาดังกล่าวสะท้อนถึงแนวทางของบริษัทในการลดการปล่อยคาร์บอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน และความมุ่งมั่นสู่เป้าหมาย Net Zero ในอนาคต
#วิศวกรรมกสถานแห่งประเทศไทย
📣"Civil Insight Series Content"🏗️⚙️📝
✅Ep.018(SCSE/002)
โดย : นางสาวสุนันทา ทึงลำพง
อนุกรรมการสาขาวิศวกรรมโครงสร้างเหล็กและโครงสร้างเชิงประกอบ....................................................................................................................
ในปัจจุบัน “Green Product” หรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณสูง การปรับตัวสู่การผลิตที่ยั่งยืนจึงไม่ใช่เพียงแค่ “ทางเลือก” แต่เป็น “ความจำเป็น” เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดสากล ตอบสนองต่อข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม เช่น CBAM ของยุโรป และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในระยะยาว
สำหรับอุตสาหกรรมลวดเหล็ก แนวทางการพัฒนา Green Product มุ่งเน้นไปที่การลดการปล่อยคาร์บอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่วัตถุดิบ (wire rod) การใช้พลังงานในกระบวนการผลิต ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงการเลือกใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ เช่น การใช้เหล็กจากเตา Electric Arc Furnace (EAF) ที่มีสัดส่วน Scrap สูง ซึ่งช่วยลด Carbon footprint ได้อย่างมีนัยสำคัญ
บริษัท สยามลวดเหล็ก ได้กำหนดทิศทางการดำเนินงานสู่ Net Zero อย่างชัดเจน โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งสามารถแบ่งประเภทกิจกรรม ตามการปลดปล่อยก๊าซ CO2 ในการผลิตลวดเหล็กได้ 3 Scope ดังนี้
Scope 1: กิจกรรมที่มีการปล่อยก๊าซ CO2 โดยตรง เช่น Boiler, Dryer, รถยนต์บริษัท ฯลฯ
Scope 2: กิจกรรมที่มีการปล่อยก๊าซ CO2 ทางอ้อม เช่น การใช้ไฟฟ้าในโรงงาน
Scope 3: กิจกรรมที่มีการปล่อยก๊าซ CO2 ทางอ้อมอื่นๆ เช่น วัตถุดิบ Wire rod
ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าการลด CO2 ทั้ง 3 scope ลง 26% ภายในปี 2030 และดำเนินการต่อเนื่องเพื่อลดการปล่อย CO2 ลง 90% ภายในปี 2050 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2022 พร้อมทั้งวาง Roadmap การลดคาร์บอนอย่างเป็นขั้นตอน เช่น การติดตั้ง Solar Roof เพื่อเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน การปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติไปสู่พลังงานทางเลือก เช่น Biogas หรือ Green Hydrogen และการเลือกใช้วัตถุดิบเหล็กที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำมากขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งเน้นการทำงานร่วมกับคู่ค้า เพื่อผลักดันให้เกิดการลดคาร์บอนใน Scope 3 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดของการปล่อยทั้งหมด โดยเฉพาะการเลือกใช้ Wire Rod จากแหล่งผลิตที่มีการผลิตจากเตา EAF และมีการใช้ Recycled Scrap ในระดับสูง และมีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง
การก้าวสู่ Green Product ไม่ใช่เพียงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่ความยั่งยืนในระดับสากล 🌱.............................................................................................................................
#วิศวกรรมโยธา
#วิศวกรรมกสถานแห่งประเทศไทย
#วสท