25/04/2026
1 ในสาเหตุที่ราคาเหล็กรูปพรรณบ้านเรา ปรับตัวขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา ก็คือปริมาณสินค้านำเข้าที่น้อยลงอย่างมีนัยยะ จากรูป
วันนี้มีเรื่องน่าสนใจจากวงการเหล็กมาเล่าให้ฟังค่ะ แค่ 2 เดือนแรกของปีนะคะ
ภาพรวมตลาดโลกไม่ได้หวือหวา แต่กำลัง “เปลี่ยนสมดุล” มากกว่า ค่ะ
จีนยังเป็นผู้ผลิตหลัก แต่ปริมาณลดลงเล็กน้อย (-3.6%) ขณะที่อินเดียโตขึ้นชัด (+9.7%) และฝั่งอเมริกา-เยอรมนีเริ่มฟื้นตัว สะท้อนว่าดีมานด์กำลังค่อย ๆ กลับมา
มีทั้งผู้เล่นใหม่ที่โตแรง และเจ้าตลาดเดิมที่เริ่มแผ่วลงเล็กน้อย ข้อมูลนี้อ้างงอิงข้อมูล จากรายงานสถาบันเหล็กฯ (มีนาคม 2026)
ส่วนเหล็ก ZAM นะคะ
ZAM คือวัตถุดิบเหล็กเคลือบสังกะสี อลูมิเนียม และ แมกนีเซียม ที่นิยมนำมาผลิตเหล็กรูปพรรณอย่าง ท่อเหลี่ยม ท่อแบน ท่อกลม เคลือบกันสนิมที่เราใช้กันอย่างแพร่หลาย ...
ในช่วง ม.ค.–ก.พ. ของไทย ยอดนำเข้าเหล็ก ZAM ลดลงถึง -23.7% ซึ่งถือว่าลดค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ที่ลดลงแรงจนยอดหายไปเกือบแสนตัน ตอนแรกอาจดูเหมือนดีมานด์หาย แต่จริง ๆ อาจเป็นจังหวะชะลอของบางโปรเจกต์ หรือการระบายสต็อกเดิมมากกว่า เลยทำให้ภาพออกมาเป็น “ปริมาณลด แต่ตลาดยังอยู่”
สิ่งที่ชัดกว่าคือ “การแข่งขัน” จีนยังเป็นเจ้าตลาดแต่ต้องลดราคาเล็กน้อย ขณะที่เวียดนามโตขึ้นแรงและเริ่มแทรกตลาดได้ ส่วนญี่ปุ่นก็ต้องปรับราคาลงเพื่อแข่งขัน ทำให้ภาพรวมตอนนี้ไม่ว่า segment ไหนก็หนีเรื่องราคาไม่พ้น
ส่วนวัตถุดิบผลิต..อย่างกลุ่มเหล็กเคลือบ HDG ปริมาณลดลง -16.3% จีนเริ่มเสีย momentum แต่เวียดนามโตสวนขึ้นมา ขณะที่ Hot Rolled Galvanized กลับโต +26.5% โดยเฉพาะเกาหลีที่เข้ามาแย่งตลาดชัดเจน
ส่วนเหล็กลวด (Wire Rod) ถือว่าแข่งขันเดือดที่สุด อินเดียโตแรงถึง +682% พร้อมลดราคาหนักเพื่อเจาะตลาด ขณะที่ญี่ปุ่นก็ต้องลดราคาลงเช่นกัน ส่งผลให้ราคาเฉลี่ยในตลาดลดลง ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับผู้ใช้ แต่เป็นความท้าทายสำหรับผู้ขายและผู้ผลิต
สรุปสั้น ๆ ตอนนี้ตลาดเหล็กไม่ได้แย่ แต่กำลังอยู่ในช่วง “ปรับตัว” จีนเริ่มชะลอ อินเดียกับเวียดนามเริ่มขึ้นมา และการแข่งขันด้านราคาชัดขึ้นมาก สุดท้ายแล้วไม่ใช่แค่ใครขายได้ แต่คือใครปรับตัวทันมากกว่าค่ะ
เพื่อน ๆ มองสถานการณ์นี้ยังไงบ้างคะ ลองมาแลกเปลี่ยนกันได้นะคะ 😊
#ตลาดเหล็ก #อุตสาหกรรมเหล็ก #เล่าเรื่องเหล็ก